วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เรื่องจริงของสมองลูก

เซลล์สมอง
การเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างเเข็งแรง ร่าเริงแจ่มใสและมีความฉลาดล้ำเป็นเลิศ คือสิ่งที่คุณแม่ทุกคนปรารถนา และโดยเฉพาะเรื่องความฉลาดของลูก หากคุณแม่เข้าใจการทำงานของสมองเด็ก จะพบว่าความสามารถในการเรียนรู้ของลูกนั้นสร้างได้ตั้งแต่แรกเกิด และมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก  ท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองเด็กไว้ว่า “เด็ก ทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมอง ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่อ ถูกกระตุ้น ทั้งนี้การเชื่อมต่อสามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลาแรกเกิดถึงห้าปีแรกของลูก ช่วงวัยนี้จึงเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ และเมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมอง แต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป ดังนั้นการสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning) จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้”
และสิ่งที่น่าสนใจ  7 เรื่องเกี่ยวกับสมองถัดไปนี้ จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเป็นอัจฉริยภาพของลูกน้อย
เอนฟา enfa สมอง เรียนรู้ไม่สิ้นสุด

1.การสัมผัสและการหัวเราะช่วยพัฒนาสมอง

ช่วงแรกเกิดเป็นช่วงที่เส้นใยประสาทของลูกกำลังก่อตัว การกอด การสัมผัส สบตา รวมถึงพูดคุยกับลูก  ให้เค้ามีความสุข ได้หัวเราะ จะช่วยเพิ่มสารอ๊อกซิโตซินและเอนดอร์ฟินในสมอง ทำให้เป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในการตรงกันข้าม มีผลสำรวจที่ค่อนข้างน่าตกใจว่า เด็กที่ไม่ค่อยได้เล่น ไม่ได้รับการสัมผัสจากพ่อแม่ จะมีสมองขนาดเล็กกว่าเด็กปกติ 20-30%

2.สมองเรียนรู้จากการเลียนแบบ

ในสมองของเด็กจะมีเซลล์ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า “เซลล์สมองกระจกเงา” (Mirror Neuron) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ การสังเกต และเลียนแบบผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแม่เป็นคนใฝ่รู้ ชอบอ่านหนังสือ ภาพเหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองของลูก ส่งผลให้เค้าเป็นเด็กที่ชอบเรียนรู้ เช่นกัน เพราะสำหรับลูกน้อยแล้ว กระจกเงาการเรียนรู้ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือคุณแม่นั่นเอง

3.อารมณ์ส่งผลต่อศักยภาพในการเรียนรู้

ร่างกายของลูกช่างน่าอัศจรรย์  หากเค้ามีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารเคมีในสมองที่ช่วยกระตุ้นให้เรียนรู้และจดจำได้ดี ในทางกลับกัน หากคุณแม่เป็นคนหงุดหงิดง่าย เลี้ยงลูกด้วยอารมณ์ ทำให้เด็กมีความเครียดหรือซึมเศร้า อารมณ์เชิงลบทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้ของสมองลดลง
เอนฟา enfa สมอง เรียนรู้ไม่สิ้นสุด 2

4.การเล่นช่วยพัฒนาความเป็นอัจฉริยะ

การเล่นกับลูก คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณแม่จะช่วยสร้างความฉลาดให้ลูกน้อย เคล็ดลับอยูที่เลือกการเล่นให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย ประสบการณ์ที่ลูกน้อยได้จากการเล่น ทั้งการจับ การหยิบ การสัมผัส ล้วนส่งผลต่อการพัฒนาสมองในทุกๆ ด้าน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อในสมองให้ทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความเป็นอัจฉริยะของลูก

5.การอ่านหนังสือช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง

เมื่อเด็กอ่านหนังสือ เซลล์สมองจะมีการเชื่อมต่อและแตกแขนงออกไป เกิดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะทางตาและทางหู ส่งผลให้เด็กที่ชอบอ่านหนังสือมีความชาญฉลาดและสามารถเรียนรู้ได้อย่างดี เยี่ยม
เอนฟา enfa สมอง เรียนรู้ไม่สิ้นสุด 3

6.ขนาดสมองเท่ากันแต่ความฉลาดต่างกัน

ถ้าเปรียบเทียบสมองของเด็กสองคน แม้ว่าจะมีขนาดสมองเท่ากัน แต่กลับมีฉลาดแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะปริมาณการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง คุณแม่สามารถส่งเสริมให้เซลล์สมองของลูกเกิดการเชื่อมต่อได้ตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการให้นมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารที่ดีต่อสมองอยู่มากมาย เช่น ดีเอชเอ รวมถึงการเลี้ยงดูที่เหมาะสมตามวัยและโภชนการที่สมบูรณ์

7.การคิดและการจดจำช่วยพัฒนาสมอง

ทุกครั้งที่สมองของลูกถูกกระตุ้นให้คิดแก้ปัญหา ทบทวนความจำ เซลล์สมองจะส่งผ่านกระแสไฟฟ้าภายในเซลล์สมองและสื่อผ่านไปยังเซลล์อื่นด้วย สารสื่อประสาททำให้การเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในสมองแข็งแรงยิ่งขึ้น  และการคุยกับลูก การตั้งคำถาม ฝึกให้เค้ารู้จักคิด จึงเป็นการส่งเสริมความฉลาดของลูกที่คุณแม่สามารถทำได้ทุกวัน
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “ถ้า คุณแม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมองลูกรัก การสร้างทุกนาทีสู่การเรียนรู้ให้แก่ลูกน้อยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อ ไป  สิ่งสำคัญคือคุณแม่ควรดำเนินทุกกิจกรรมไปด้วยความรักและความสนุกสนาน เมื่อลูกสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความปรารถนาดี ลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับเราในทุกๆ นาทีค่ะ
 CR. เนื้อหาจาก http://th.theasianparent.com/
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลและความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้คุณแม่สามารถเรียนรู้เทคนิคสร้างทุกนาที สู่การเรียนรู้ไม่สิ้นสุดของลูกน้อยได้ที่ nonstoplearning.enfababy.com

วิธีเก็บรักษานมเเม่หลังปั๊มเสร็จเเล้ว





การเก็บรักษาน้ำนมแม่

วิธีเก็บรักษา
อายุในการเก็บรักษา
แช่ตู้เย็นทันทีหลังการปั๊มนม
หลังจากนำมาละลาย
แช่เย็นในอุณหภูมิ  0-4C/32-39F
วางไว้ในอุณหภูมิห้อง  <25C/77F
เมื่อน้ำนมแข็งแล้ว
แช่ช่องแข็งที่อุณหภูมิ  5-10C/41-50F
ละลายแล้วนำกลับมาแช่แข็งใหม่
                24 ชม.
                12 ชม.
                8 วัน
                6 ชม.
                6 เดือน
                3 วัน
                ไม่ควร

ข้อพึงระวัง

- ไม่ใช้ไมโครเวฟในการละลายน้ำนมแม่
- ไม่นำน้ำนมที่ละลายแล้วกลับมาแช่แข็งซ้ำ
- หากละลายแล้งยังไม่ได้ทานสามารถนำมาแช่เย็นก่อนเพื่อรับประทานมื้อถัดไปได้
- ไม่นำน้ำนมแม่ไปต้ม
- น้ำนมที่เหลือจากทานควรทิ้ง

http://bambigarden.com/collections/breastfeed/products/6-1-matella-5-150ml-50-matella-pre-sterilized-breastmilk-storage-bags?variant=14877620423


วิธีดูแลเมื่อลูก คันเหงือก ฟันน้ำนมเริ่มขึ้น



ฟันซี่แรกของลูกน้อยเริ่มมีฟันขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และจะต่อเนื่องไปจนอายุ 3 ขวบ แต่ทารกบางคนอาจเริ่มมีฟันขึ้นเร็วหรือช้ากว่านั้น เช่น ฟันขึ้นตอนอายุ 3 เดือน หรือเพิ่งขึ้นเมื่ออายุ 1 ขวบก็มีค่ะ โดยลูกจะมีพฤติกรรมที่แปลกไปเริ่มคันเหงือก น้ำลายไหล งอแง และบางทีก็จะชอบกัดของเล่น รับประทานอาหารได้น้อยลง บางคนก็มีไข้ขึ้นด้วย นั้นคือพฤติกรรมของลูกเมื่อฟันน้ำนมจะขึ้น


    วิธีดูแลเมื่อลูกคันเหงือก

1.    เวลาอาบน้ำคุณแม่ควรล้างมือให้สะอาด ใช้นิ้วนวดบริเวณเหงือกลูกเบาๆ
2.    ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นถูบริเวณรอบๆ ปาก และสามารถถูเหงือกเบาๆ ได้เพื่อทำความสะอาด
3.    หาของเล่นยางสำหรับเด็กกัดโดยเฉพาะให้ลูกได้กัดคลายความเจ็บและคันเหงือก
4.    หากเหงือกบวมแดง ลูกงอแงจนไข้ขึ้นให้รีบไปพบทันตแพทย์
5.    ทำอาหารนิ่มๆ ให้ลูกทาน เพราะลูกอาจจะรู้สึกเจ็บจนไม่อยากเคี้ยวอาหารได้


การดูแลอาการของเจ้าตัวเล็กที่ฟันน้ำนมซี่แรกจะขึ้นไม่ใช้เรื่องยาก แค่หมั่นสังเกตอาการของลูกให้มากขึ้นเท่านั้นเองส่วนกิจกรรมอย่างอื่นก็สามารถทำได้ตามปกติ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเด็กบางคนก็อาจจะไม่รู้สึกหรือมีอาการเจ็บปวดเลย ส่วนน้อยเท่านั้นที่จะงอแงเพราะอาการเจ็บเหงือกค่ะ

Cr : รักลูก

รวมวิธีกระตุ้นนมเเม่ infographic

 สร้างนำ้นมเพียงพอสำหรับคุณเเม่ทำงาน
CR : สสส
เคล็ดไม่ลับนำ้นมมาเร็ว
CR : สสส 

ทำอย่างไรให้มีนำ้นมเพียงพอ

CR : thaibrastfeeding.org 

 ดูเเลตนเองให้ไม่เครียดเมื่อให้นมลูก

CR : thaibrastfeeding.org 


ทำอย่างไรให้นำ้นมมาเร็วเเละเพียงพอ
CR : สสส


วิธีเอาลูกเข้าเต้าเเม่
CR : สสส 

4 วิธี ช่วยลูกเลิกเสพติดสมาร์ทโฟน




4 วิธี ช่วยลูกเลิกเสพติดสมาร์ทโฟน 

หากลูกวัย 7 ขวบ ร้องที่จะเล่นเกม หรือดูการ์ตูนในแท็บเล็ตสมาร์ทโฟนของคุณพ่อคุณแม่อยู่ตลอดเวลา หากลูกวัย 10 - 12 ขวบ สายตาจดจ้องอยู่กับแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ที่อยู่ในมือได้เป็นวัน ๆ โดยที่ไม่สนใจจะทำกิจกรรมอื่นเลย นั่นแสดงว่า ลูกของคุณกำลังเสพติดการเล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนเข้าแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะหยุดและแยกลูกจากเครื่องมือสื่อสารดังกล่าวนี้ได้อย่างไร เราลองมาดูกันนะคะ

สัญญาณเตือนว่าลูกเสพติดแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน คือ

1. เริ่มดื้อร้องไห้งอแงเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำกิจกรรมอื่น ๆ

2. ไม่อยากไปโรงเรียนแต่ต้องการอยู่บ้านเพื่อเล่นแท็บเล็ต หรือขอเอาแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนติดไปโรงเรียนด้วย

3. ไม่สามารถจะนั่งนิ่ง ๆ เมื่อเวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยขอมีแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยวางไว้ตรงหน้าเสมอ นั่นคือ สัญญาณเริ่มต้นที่บอกให้รู้ว่าลูกของเราติดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนแล้ว

ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้มีผู้ปกครองมากมายที่มักใช้แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็กโดยการเอามันใส่ไว้ในมือของลูกเมื่อไปที่ร้านอาหารหรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่กำลังยุ่งและไม่ต้องการให้ลูกมารบกวน

วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเทคนิคการแยกลูกออกจากเครื่องมือสื่อสารดังกล่าว ดังนี้

1. เป็นแบบอย่างที่ดี เด็กเรียนรู้จากการมองดูมากกว่าการพูด ดังนั้น การปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของคุณพ่อคุณแม่จะทำให้ลูกซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้น เมื่อลูกเห็นตัวอย่างว่าคุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาในการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์มากกว่าการเล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน ลูกก็จะเลียนแบบและทำตาม ดังนั้นในทุกช่วงเวลาของครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ควรกำจัดเครื่องมือสื่อสารออกไปและใช้เวลาพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกับลูกจะดีกว่า

2. ทำกิจกรรมร่วมกับลูก ส่งเสริมให้ลูกได้ร่วมทำกิจกรรมกับโรงเรียน เช่น การเล่นกีฬา การเข้าร่วมวงดนตรี การเข้าร่วมชมรมศิลปะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วก็ยังดีและมีคุณค่ากว่าการปล่อยให้ลูกใช้เวลาจมอยู่กับเล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนทั้งวันโดยไม่ได้อะไรเลย
3. ออกกฎของบ้านและกำหนดเวลาชัดเจน คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ดูแลบ้านและสร้างกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในครอบครัว โดยควรมีกฎชัดเจนว่าทุกคนในครอบครัวจะไม่เล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนตลอดเวลา โดยคุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดเวลาว่าลูกสามารถเล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนได้เวลาไหนและมากน้อยเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น ก่อนเวลาทานอาหารเย็นเราต้องเตือนลูกล่วงหน้าว่าจะถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้วอีก 10 นาที ให้วางแท็บเล็ตลง การเตือนล่วงหน้าจะทำให้ลูกรู้จักการวางแผนและเรียนรู้การเคารพสิทธิส่วนบุคคลด้วย

4. ทำรหัสผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และ สมาร์ทโฟน คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งรหัสไว้เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ลูกเข้าไปเล่นหรือดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ตามอำเภอใจ

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในที่ที่ทุกคนสามารถจะมองเห็นได้ เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะทราบว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่และสามารถจะกำหนดเวลาได้ว่าลูกควรจะเล่นเวลาใดและนานแค่ไหน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การดูแลลูกโดยการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือนิทานด้วยกัน ทำอาหารด้วยกัน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ด้วยกัน ออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน ล้วนเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ อีกทั้งช่วยให้ลูกหยุดและลดการเล่นแท็บเล็ตสมาร์ทโฟนได้อย่างไม่ยากเลย

CR : สสส    

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

3 เทคนิคปั๊มนมแม่ให้เกลี้ยงเต้า ช่วยกระตุ้นนมแม่

3 เทคนิคปั๊มนมแม่ให้เกลี้ยงเต้า ช่วยกระตุ้นนมแม่
 


ว่าที่คุณแม่และคุณแม่ลูกอ่อนหลายคนอาจจะกำลังกังวลว่า ในแต่ละวันที่ให้นมแม่ เราควรจะปั๊มนมแม่อย่างไรดีให้มีนมสต็อกเผื่อไว้เวลาแม่ไม่อยู่ ควรจะปั๊มอย่างไรดีให้นมเกลี้ยงเต้าเพื่อให้ลูกได้ดื่มน้ำนมแม่แบบเต็มอิ่ม และป้องกันอาการคัดเต้าเมื่อลูกยังไม่ตื่นขึ้นมาดูดนมเอง การปั๊มนมแม่ให้เกลี้ยงเต้าไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เรามีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำ และแอบกระซิบบอกด้วยเลยว่า การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้าจะยิ่งกระตุ้นกระบวนการสร้างนมแม่มากขึ้นด้วยนะคะ 3 เทคนิคปั๊มนมแม่ให้เกลี้ยงเต้า ช่วยกระตุ้นนมแม่

ปั๊มนมแม่เทคนิคที่1: คุณแม่ควรปั๊มนมแม่ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง ไม่ควรปล่อยให้รู้สึกคัดเต้าหรือเจ็บเต้านม โดยควรมีกำหนดเวลาในการปั๊มนมที่แน่นอน การปั๊มนมตรงเวลาทุกๆ วันจะช่วยกระตุ้นการสร้างนมแม่ได้มากขึ้น และการปั๊มนมแม่ในแต่ละครั้งน้ำนมจะไหลดี ปั๊มนมแม่ได้เกลี้ยงเต้าค่ะ และสำหรับคุณแม่หลังคลอดควรปั๊มนมแม่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด หรือรู้สึกไม่เจ็บแผลคลอดแล้ว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างนมแม่ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

 ปั๊มนมแม่เทคนิคที่ 2: คุณแม่ควรปั๊มนมแม่ให้หมดเป็นข้างๆ ไป โดยใช้เวลาในการปั๊มข้างละประมาณ 10-15 นาที ซึ่งเท่าๆ กับระยะเวลาที่ลูกดูดนมแม่จนเกลี้ยงเต้านั่นเองค่ะ หรือหากปั๊มถึง 15 นาทีแล้วยังมีน้ำนมไหลออกมาอยู่ ยังสามารถปั๊มต่อได้อีกประมาณ 5 นาที แต่ไม่ควรนานเกินไปเพราะคุณแม่จะเจ็บเต้านมได้ค่ะ

ปั๊มนมแม่เทคนิคที่ 3: คุณแม่ต้องจำไว้เสมอว่าจำนวนครั้งหรือความถี่ในการปั๊มนมแม่ สำคัญกว่าระยะเวลาในการปั๊มนมแต่ละครั้ง เพราะยิ่งปั๊มบ่อยจะยิ่งกระตุ้นนมแม่ได้ดี แต่การปั๊มนมครั้งละนานๆ (เกิน 10-15 นาที) ไม่ได้ช่วยให้นมแม่ออกมาก เพราะนมแม่อาจจะเกลี้ยงเต้าแล้ว ซึ่งจะอาจเจ็บเต้านม เส้นเลือดฝอยหรือหัวนมแม่แตก ทำให้การปั๊มครั้งต่อไปน้ำนมกลายเป็นสีชมพู ตัวอย่างความถี่ในการปั๊มนมแม่ เช่น ในช่วงแรกหลังคลอดควรปั๊มวันละ 8-10 ครั้งต่อวัน แล้วจึงค่อยๆ ลดความถี่ลงเหลือวันละ 5-8 ครั้งได้เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยอาหารเสริมค่ะ

 เคล็ดลับเลือกเครื่องปั๊มนมแม่ ตัวช่วยปั๊มนมแม่ให้เกลี้ยงเต้า เครื่องปั๊มนมแม่มีทั้งแบบใช้มือปั๊มและแบบอัตโนมัติให้เลือกตามความชอบ แต่คุณแม่ส่วนใหญ่มักเลือกแบบมือปั๊ม เพราะสามารถควบคุมแรงและจังหวะในการบีบปั๊มนมแม่ได้เอง ไม่เจ็บเต้า เครื่องปั๊มนมแม่ควรผลิตจากวัสดุปลอด BPA (Bisphenol A) ซึ่งจะปลอดสารพิษที่อันตรายต่อสุขภาพลูก เครื่องปั๊มนมแม่ควรกระชับพอดีกับเต้านมแม่ และบริเวณส่วนครอบเต้าควรทำจากวัสดุที่อ่อนนุ่ม ป้องกันการกดทับเต้านมแม่ให้เจ็บ อย่างวัสดุจากซิลิโคน เป็นต้น เครื่องปั๊มนมแม่ควรมีขนาดพอดีมือคุณแม่เพื่อการจับ การกดปั๊มด้วยมือข้างเดียว ขอบคุณที่มา : momypedia

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เตรียมเเพ็คกระเป๋าไปเที่ยวหยุดยาวกับลูกน้อย




ปีใหม่ปีนี้มีวันหยุดยาวหลายช่วง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนเที่ยวล่วงหน้า การพาลูกไปท่องโลกกว้างเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ และเพิ่มพูนพัฒนาการให้ลูกน้อยนะคะ
ว่าแต่.. จัดกระเป๋าลูก เอาอะไรไปด้วยดีนะ?
เราขนไปเฉพาะที่จำเป็นนะคะ ถ้าเยอะเกิน เป็นห่วง กลัวคุณแม่จะไม่มีที่ใส่ของที่อยากช้อปกลับมาค่ะ
อย่างแรก เราต้องรู้ก่อนนะคะว่าจุดหมายของเรา ว่าจะไปไหน อากาศช่วงที่จะไปเป็นอย่างไร ถ้าเที่ยวเมืองไทยก็หายห่วงค่ะ ส่วนใหญ่จะอากาศร้อน ผดร้อน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ลูกมีผื่นคันและเที่ยวไม่สนุกได้ค่ะ เสื้อผ้าที่เลือกใช้ ควรระบายอากาศได้ดี

ส่วนเด็กๆ ที่จะได้ขึ้นเหนือ ช่วงเดือนมกราคม อากาศค่อนข้างเย็นสบาย อย่าลืมเตรียมเสื้อหนาวไปด้วยนะคะ การเลือกเสื้อกันหนาวสำหรับลูก ไม่ควรเลือกเนื้อผ้าที่เป็นขนสัตว์นะคะ เพราะอาจระคายเคืองต่อผิวอันบอบบางของลูกได้

สำหรับเด็กๆ ที่เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ไรฝุ่น สิ่งสำคัญเมื่อเราเข้าไปในโรงแรม คือ พรมที่ปูในห้องนอน ถ้าโรงแรมที่สร้างมานาน แต่เพิ่ง renovate ปรับปรุงใหม่ เด็กๆที่แพ้เชื้อรา หรือไรฝุ่นเมื่อเข้าไปในห้องที่ปูพรม จะจาม แน่นจมูก ทำให้ช่วงนอนกลางคืน นอนหลับไม่สนิทได้ค่ะ ถ้าเป็นการไปเที่ยวแบบไปพักผ่อนกันเอง แนะนำให้เลือกที่พักที่ไม่มีพรมในห้องนอนนะคะ แต่ถ้าไปประชุมหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณแม่อย่าลืมเตรียมน้ำเกลือหยอดจมูก ยาพ่นจมูกหรือยาลดบวมจมูก หรือยาลดน้ำมูกไปด้วยค่ะ

สำหรับครอบครัวที่เลือกไปพักผ่อนที่ทะเล อย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำสวยๆ แว่นตาว่ายน้ำ ครีมกันแดดและหมวกไปด้วยนะคะ ส่วนเด็กเล็กก็อาจต้องเตรียมห่วงยางว่ายน้ำหรือปลอกแขนไปด้วย การว่ายน้ำทะเล ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแพ้นะคะ ยกเว้นทะเลบางที่ ที่มีขยะค่อนข้างเยอะ หรือมีคราบน้ำมันควรหลีกเลี่ยง และช่วงหลังฝนตกเพราะอาจมีแมงกะพรุนได้ค่ะ ส่วนครอบครัวที่มีเบบี๋ตัวน้อย ไม่แนะนำให้รับลมทะเลนานๆนะคะ เด้กเล็กภูมิต้านทานไม่แข็งแรง จะทำให้เป็นหวัดได้ง่ายค่ะ สำหรับบ้านไหนที่ขับรถไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ เช่น พัทยา หรือหัวหิน อย่าลืมครีมหรือยาของลูกไว้ในรถนะคะ เมืองไทยอากาศค่อนข้างร้อน อาจทำให้ยาเสื่อมอายุได้ค่ะ

สำหรับการว่ายน้ำในสระ ถ้าเลือกได้ อยากให้ว่ายน้ำในสระน้ำเกลือนะคะ แต่ส่วนใหญ่สระว่ายน้ำในโรงแรมจะใส่คลอรีนเพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อโรค ถ้าลูกเล็กแนะนำว่า อย่าให้เล่นน้ำนานนะคะ

สำหรับครอบครัวที่ชอบเดินป่า ปีนเขา ต้นไม้เยอะ ก็อาจเป็นที่อยู่ของมด หรือแมลง เด็กๆอาจถูกแมลงกัดได้ เตรียมชุดนอนแขนขายาว สีอ่อน จะช่วยกันยุงได้บ้างนะคะ หรืออาจติดโลชั่นกลุ่มตะใคร้หอมกันยุง และเตรียมยาทาหลังยุงกัดไปด้วยค่ะ

อย่าลืมเตรียมหนังสือนิทาน ของเล่น ขนม อาหารว่างของลูก เด็กเล็กที่ทานนมคุณแม่จะสบายสุดค่ะ ไม่ต้องเตรียมที่นึ่งขวดนมหรืออุปกรณ์ชงนมอีกหลายอย่าง แต่ถ้าเป็นเด็กโต เตรียมเป็นนมกล่องน่าจะสะดวกกว่านะคะ สำคัญสุดสำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็ก เวลาไปต่างจังหวัด อาหารที่ลูกไม่เคยทานมาก่อน ไม่แนะนำให้ทานในวันแรกที่ไหนนะ คะ เพราะลูกอาจแพ้อาหารได้ อาการแพ้ มีอาการได้หลายอย่างนะคะ ทั้งทางระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และทางผิวหนัง ถ้าอาการเป็นรุนแรงหลายระบบ ต้องรีบพาไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาล จะพลอยทำให้เที่ยวไม่สนุกค่ะ แต่ถ้าให้พร้อม เตรียมยาแก้แพ้กลุ่มแอนติฮีสตามีนไปด้วย

เตรียมตัวเต็มที่ วันหยุดยาวปีนี้ พร้อมไปเที่ยวแล้วค่ะ
cr : mommypedia


กระเป๋าใส่ของหนูน้อย สไตล์ไหนเหมาะกับคุณพ่อคุณเเม่

ใครที่ชอบกระเป๋าเเนวsport สะดวกสบายหิ้วง่ายไปได้ทุกที่เเล้วละก็ เเนะนำเเบรนด์ babymoov เลยจ้า



กระเป๋า เปลี่ยนผ้าอ้อมทรง sport จาก Babymoov ประเทศฝรั่งเศษ ดีไซน์ทันสมัย มาพร้อมฟังค์ชั่นมากมาย ให้คุณสามารถถอดแยกชิ้นส่วน เพื่อปรับได้ตามการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของคุณ
นำเทรนด์ก่อนใคร
จุของได้เยอะด้่วยขนาดกระเป๋าที่ใหญ่
ง่ายต่อการใช้ด้วยช่องเปิดกระเป๋าที่กว้างขึ้น
มีพื้นที่ในการจัดเก็บของใช้เยอะขึ้น
ดีไซน์ทันสมัยและประณีตสวยงาม
  • สมบูรณ์แบบด้วยฟังค์ชั่นที่ครบครัน:

    • กระเป๋าเปลี่ยนผ้าอ้อมที่สามารถถอดแยกเพื่อนำมาใช้งานได้

    • กระเป๋าเก็บอุณหภูมิ

    • กระเป๋าเก็บ Baby wipe

    • กระเป๋าเก็บจุกหลอกหรือใส่เหรียญ

    • กระเป๋าซิปใสสำหรับใส่ ผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าใช้แ้ล้ว

    • ผ้าห่มแสนนุ่ม

    • สายรัดคล้องกับ
  • มีกระเป๋าแยกใส่ของและพื้นที่ในการจัดเก็บของเยอะ

  • ขนาดใหญ่, ช่องเปิดกระเป๋ากว้าง สะดวกในการหยิบใช้

  • มีสายคล้องเพื่อปรับเป็นกระเป๋าสะพายไหล่ได้





หากชอบเเบบสวยงาม ใช้งานได้จริงละก็ ต้องเเบรนด์ดังจากอเมริกา petunia pickle bottom
 มาพร้อมstationเปลี่ยนผ้าอ้อมในตัวที่ใช้งานง่ายเเม้คุณเเม่ต้องเดินทางคนเดียวกับลูกน้อย







กระเป๋าคุณแม่สุดคลาสสิก หรูหรา ทนทานใช้ได้ทุกโอกาส พร้อมฟังก์ชั่นและการออกแบบเพื่อจุของใช้ลูกน้อยเวลาออกนอกบ้าน ออกแบบพิเศษให้มีช่องใส่ของมากถึง 12 ช่อง พร้อมแผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อมและกล่องเก็บกระดาษเปียก

ลายพิมพ์บนผ้าทอพิเศษดีไซน์เฉพาะของ PPB เพิ่มความหรูหราด้วยลายปักด้วยมือ Hand Made เคลือบกันน้ำเพื่อความทนทานไม่เลอะง่าย
มีช่องใหญ่แบ่งเป็น 2 ส่วนเพื่อใส่ขวดนม, ช่องซิป 1 ช่อง และช่องอเนกประสงค์อีก 2 ช่อง
ฟังก์ชั่นสถานีเปลี่ยนผ้าอ้อมในตัวติดอยู่ด้านหลังของกระเป๋าเมื่อรูดซิป เปิดออกสามารถกางเป็นแผ่นยาวสำหรับวางน้องได้ค่ะ (เมื่อเลิกใช้ส่วนนี้ถอดออกไปซักหรือเก็บไว้ได้ต่างหากค่ะ) บริเวณนี้ยังมีช่องอเนกประสงค์ 2 ช่องและ1ช่องเล็กสำหรับเก็บจุกหลอกอีกด้วย
ช่องใส่ขวดนมด้านนอกสุดอีก 2 ช่องเพื่อการหยิบที่ง่ายและรวดเร็ว
ช่องอเนกประสงค์อีก 2 ช่ิองบริเวณด้านข้างกระเป๋า
โลโก้หรูหราวัสดุอย่างดี ไม่ลอก
ซิปลื่นเปิดปิดง่าย
สะพายได้ทั้งแบบสะพายข้างและสะพายบ่า
มาพร้อมกล่องใส่กระดาษเปียก PPB-monogrammed plastic wipes case
PVC-Free Glazed wipe-able exterior ปราศจากPVC เคลือบเงาเพื่อป้องกันเลอะและทำความ